เอาชนะความตาย

วันนี้เป็นวันอีสเตอร์ ซึ่งเป็นวันที่สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในศาสนาคริสต์ เป็นวันที่พระเยซูฟื้นคืนชีพมาจากความตาย ชาวคริสต์เชื่อว่าหลังจากที่พระเยซูถูกลงโทษประหารชีวิตด้วยการถูกจับตรึงบนไม้กางเขนแล้ว อีกสามวันต่อมาพระองค์ก็ทรงฟื้นขึ้นมา และออกจากที่ฝังศพมาพูดคุยใช้ชีวิตกับเหล่าสาวกเป็นเวลาสี่สิบวัน ก่อนจะเสด็จขึ้นสวรรค์ทั้งร่างกาย และไปประทับอยู่ทางขวาของพระบิดาบนสวรรค์

สาระสำคัญของวันอีสเตอร์จึงอยู่ที่การฟื้นจากความตายและการเอาชนะความตาย การที่พระเยซูทำเช่นนีแสดงว่าพระองค์เป็นพระเจ้าจริง และได้ใช้ชีวิตเป็นมนุษย์จริงๆอยู่กับเราๆท่านๆ ความเชื่อนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดของชาวคริสต์ เพราะหากไม่เชื่อว่าพระเยซูฟื้นคืนชีพขึ้นมาจริง แล้วเสด็จลอยขึ้นสวรรค์ทั้งตัวไปจริง ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเป็นชาวคริสต์ การเป็นชาวคริสต์หมายความว่าเชื่อว่าพระเยซูคือพระเจ้าและเป็นผู้ช่วยให้รอด เหตุการณ์ที่พระเยซูฟื้นคืนชีพมาเป็นหลักฐานเช่นนั้นในสายตาของชาวคริสต์

อย่างไรก็ตาม เราชาวพุทธก็สามารถเอาเหตุการณ์วันอีสเตอร์มาเป็นคติสอนใจได้ ความหมายของการฟื้นคืนชีพของพระเยซูนอกจากจะเป็นเรื่องของพระเยซูแล้ว ยังเป็นคติเตือนใจพวกเราแต่ละคนว่า เรามีความสามารถที่จะเอาชนะความตายได้ ชาวพุทธก็มีหนทางเอาชนะความตายเช่นเดียวกัน การเอาชนะนี้ไม่ได้หมายถึงการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์ให้มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความหวังว่าวันหนึ่งเทคโนโลยีนี้จะกำจัดต้นตอของความแก่เฒ่าและความอ่อนแอต่างๆของร่างกายที่ตามมาได้หมด แต่หมายความถึงว่าเราใช้ปัญญากำจัดความหลงผิดว่าเป็นตัวเรา เป็นตัวเป็นตนไปเสีย เมื่อไม่มีตัวตน ก็ไม่มีใครตาย

พูดอีกอย่างก็คือว่า ความตายจะเกิดเฉพาะแก่สัตว์โลกที่ยังว่ายเวียนในสังสารวัฏเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้ตายจริง เพราะเมื่อตายจากภพนี้ก็ไปเกิดในภพใหม่ ไม่จบสิ้นจนกว่าจะบรรลุนิพพาน เมื่อเข้าใจความเป็นจริงอย่างถ่องแท้ เมื่อมองเห็นว่าที่คิดว่าเป็น “ตัวตน” ของเรานั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าภาพลวงตา ก็ไม่มีใครตาย เมื่อไม่มีใครตายก็ไม่มีใครเกิดใหม่ เป้าหมายของการเป็นชาวคริสต์คือมีส่วนร่วมในชีวิตของพระเยซู ไม่ใช่ว่ามองเห็นพระเยซูลอยขึ้นสวรรค์แล้วแค่นั้น แต่เราแต่ละสามารถเป็นแบบพระเยซู คือเอาชนะความตายได้ ชาวพุทธก็เช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าเราฟังคำสอนเรื่องกำจัดตัวตนแล้วก็แค่นั้น แต่เราต้องเอาคำสอนนี้มาพยายามทำให้เข้าถึงไปยังแก่นรากของชีวิตของเรา เพื่อที่ในท้ายที่สุดเราจะเห็นความจริงข้อนี้จากก้นบึ้งของหัวใจ เมื่อเป็นเช่นนั้นเราก็จะมองความตายว่าเป็นเพียงสิ่งที่เป็นไปเองตามเหตุปัจจัยเท่านั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น การฟื้นคืนชีพของพระเยซูในวันอีสเตอร์จึงเป็นคติเตือนใจของชาวพุทธว่าสามารถ “ฟื้นคืนชีพ” ได้เช่นกันด้วยการกำจัดความหลงผิดที่เกาะกินเรามาเป็นเวลาอันนับภพชาติไม่ถ้วนนั่นเอง

About these ads

2 thoughts on “เอาชนะความตาย

  1. อาเมนครับ ขอบคุณครับสำหรับบทความ การที่คนเราจะสามารถเลิกยึดติดยึดมั่นได้นั้น เราต้องรักผู้อื่นอย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่งก็คือการรักผู้อื่นเหมือนรักตนเอง ซึ่งตรงกับคำว่า ไม่ถือตัวถือตนในศาสนาพุทธนั่นเองครับ และ การรักพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจ ตรงกับศาสนาพุทธที่ว่า การเชื่อในหลักของกฏแห่งกรรม หลักการทางธรรมชาติเบื้องต้นที่จะทำให้มนุษย์เราดำรงอยู่ในการยึดมั่นในความสว่างหรือความดี โดยไม่ย่อท้อ ในพระคัมภีร์บอกไว้ว่า อย่าเมื่อนล้าในการทำความดี เพราะถ้าหากเราไม่เมื่อยล้าหรือถอดใจแล้ว ท่านจะได้รับผลในเวลาอันเหมาะสม

    ในคำสอนของศาสนาคริสต์คำสอนหลักที่ว่าด้วยการ รักพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจ และการรักผู้อื่นเหมือนรักตนเอง จึงเป็นคำสอนสำคัญที่สุดในศาสนาคริสต์

    และพระเยซู ก็ทรงมีทัศนคติ ต่อทุกคนไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตามว่า บุคคลผู้ใดหิวกระหายความชอบธรรม ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้อิ่มบริบูรณ์ โดยหลักข้อนี้จึงถือว่า ผู้ที่นับถือศาสนาใดก็ตาม สามารถบรรลุถึงสวรรค์ได้ทั้งในชีวิตนี้และชีวิตหน้า ได้ด้วยความชอบธรรม โดยหลักการนี้ได้รับการประกาศโดยพระสันตะปาปาอีกด้วย

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s