Who is a Buddha (Thai)?

พระพุทธเจ้าคือใคร?

คำว่า “พุทธะ” ในภาษาบาลีหรือสันสกฤตแปลว่า “ผู้ตื่น” หมายความว่า ผู้ที่เป็นพระพุทธเจ้า เป็นผู้มองเห็นความจริงทั้งหมดอย่างไม่มีอะไรปิดบัง และเป็นเหมือนกับคนที่ตื่นขึ้นมา ในขณะที่คนอื่นๆยังคงหลับใหลกันอยู่ คนธรรมดาๆที่ไม่บรรลุธรรมจะเหมือนกับคนที่ยังหลับอยู่ แม้ว่าเขาอาจจะคิดว่าเขาตื่นอยู่ แต่เขาหลับอยู่เพราะเขายังมองไม่เห็นความเป็นจริง ว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นของว่าง ไม่มีอะไรเป็นแก่นสารสาระ ไม่มีอะไรที่จะยึดถือได้ว่าเป็นแก่นแท้ของสิ่งนั้นสิ่งนี้ ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “ตัวเขา” ที่เขาปรนเปรอตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆ

คนที่ยังหลับอยู่เหล่านี้เหมือนกับคนที่อยู่ในโลกของความฝัน ในความฝันเรามองเห็นว่ามีสิ่งต่างๆ เช่น อาจฝันไปว่ากำลังเดินเล่นอยู่ หรือว่ายน้ำอยู่ จริงๆแล้วไม่มีสถานที่ที่กำลังเดิน แล้้วก็ไม่มีน้ำให้ว่าย เพราะกำลังนอนอยู่ ในทำนองเดียวกัน คนที่มองไม่เห็นความจริงตามที่เป็น ก็จะคิดไปว่า สิ่งที่เขามองเห็น สัมผัสจับต้อง ได้ยิน ฯลฯ เป็นจริง โลกที่เขาใช้ชีวิตอยู่นี้ เขาคิดว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ซึ่งเมื่อคิดเช่นนี้ก็จะทำให้เกิดความทุกข์ อันเป็นลักษณะประจำของสังสารวัฏ ความทุกข์เป็นสิ่งสากลที่มนุษย์และสัตว์โลกทุกคนหรือทุกตัวต้องประสบ และที่เกิดขึ้นมาก็เพราะการมองเห็นผิดๆแบบนี้ ลักษณะสำคัญของความทุกข์ได้แก่การไม่เป็นที่พึงพอใจ การเป็นอะไรที่ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น สภาวะที่มีการกดดันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ลักษณะเหล่านี้เกิดขึ้นมาก็เพราะว่า เมื่อมองเห็นผิดๆของของที่เห็น ที่จับต้อง ฯลฯ เป็นตัวเป็นตน เมื่อของเหล่านี้เสื่อมสลายไป หรือเป็นของที่ไม่เป็นอิสระในตัวเอง ก็เกิดความทุกข์ ยิ่งไปกว่านั้นของที่เป็นเช่นนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นทุกข์ในตัวเอง อันเป็นผลมาจากการมองเห็นที่ผิดๆนั้นเอง

พระพุทธเจ้าคือผู้ที่สลัดการเห็นผิดๆออกหมดโดยสิ้นเชิง และการที่พระองค์ทรงเห็นเช่นนี้ ก็ทรงเห็นด้วยว่าสัตว์โลกทั้งหลาย ต่างก็ต้องแบกความทุกข์กันทั่วทั้งหมด ด้วยเหตุนี้จึงทรงเกิดความกรุณาอันมหาศาลที่แผ่ไปยังสัตว์โลกทั่วทั้งสังสารวัฏ ความกรุณาคือการรู้สึกร่วมถึงความทุกข์ของสัตว์อื่นๆ รับรู้ความทุกข์ของผู้อื่นและสัตว์อื่นๆ และความปรารถนาที่จะให้สัตว์เหล่านี้พ้นไปจากทุกข์ เราเองก็มีความกรุณาเวลาเราเห็นคนอื่นเจ็บปวด เรารู้ว่าเจ็บนั้นเป็นอย่างไร แล้วเราก็รีบเข้าไปช่วยเหลือ แต่ความกรุณาของพระพุทธเจ้านั้นแผ่ไพศาลไปยังทั่วทั้งจักรวาล ทรงรับเอาความทุกข์ของสัตว์ทั้งหมดมาไว้ที่พระองค์เอง ด้วยความปรารถนาจะช่วยสัตว์เหล่านั้นให้พ้นจากทุกข์

เมื่อเป็นเช่นนี้ พระพุทธเจ้าจึงปรากฏพระองค์ออกมาเป็นหลายรูปแบบ รูปแบบที่เราคุ้นกันมากที่สุดก็ได้แก่รูปแบบที่ทรงมีกายเนื้อ ถือกำเนิดมาเป็นมนุษย์ธรรมดาๆแบบเราๆ ท่านๆ แต่คำถามก็คือว่า กายเนื้อกายนี้หรือที่ เป็น พระพุทธเจ้า? หากเป็นเช่นนี้จริง เมื่อพระพุทธเจ้าองค์นี้ “ปรินิพพาน” (หรือ “ตาย”) ไป ก็จะไม่มีพระพุทธเจ้าอีกเลยไม่ว่ากรณีใดๆ การกราบไหว้บูชาหรือยึดพระพุทธเจ้าที่ที่พึ่ง ก็จะไม่มีความหมายใดๆ เพราะเราจะไปยึดคนตายไปแล้วเป็นที่พึ่งได้อย่างไร? การที่เราชาวพุทธยึดพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง แท้จริงแล้ว ไม่ใช่ไปยึดคนตายเป็นที่พึ่ง แต่เรายึด “พระพุทธคุณ” เป็นที่พึ่ง “พระพุทธคุณ” ก็ได้แก่คุณสมบัติต่างๆที่ทำให้เจ้าชายสิทธิัตถะเป็นพระพุทธเจ้า (หากจะพูดถึงพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) ซึ่งก็หมายความว่า คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้เจ้าชายสิทธิัตถะทรงกลายเป็น “ผู้ตื่น” ในความหมายที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

ดังนั้น เราจึงเห็นพ้องกันว่า พระพุทธเจ้าไม่ใช่เนื้อหนังหรือกองกระดูกของร่างมนุษย์ร่างหนึ่ง แต่เป็นคุณสมบัติของการเป็น “ผู้ตื่น” หรือจะพูดให้ครบก็ได้ว่า “ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน” ซึ่งหากคุณสมบัติเหล่านี้มีในผู้ใด ผู้นั้นก็ย่อมเป็นพระพุทธเจ้า พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า คำว่า “พระพุทธเจ้า” ไม่ใช่ชื่อเฉพาะ (วิสามานยนาม) แต่เป็นคำนามทั่วไป (สามานยนาม) ซึ่งก็คือคำๆนี้สามารถใช้ได้กับใครที่มีคุณสมบัติเป็น “ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน”

ใน พระมหาปรินิพพานสูตร เมื่อพระพุทธเจ้ากำลังเสด็จดับขันธ์ ท่านได้ตรัสแก่เหล่าสาวกว่า เมื่อพระองค์ปรินิพพานไป พระธรรมนี่แหละจะเป็นพระศาสนาของเหล่าสาวกนั้น ความหมายไม่ใช่ว่า ให้ยกพระธรรมวางไว้บนหิ้งบูชา แล้วมาเคารพกราบไหว้ว่าเป็นพระศาสนา แต่ความหมายก็คือว่า ไม่ว่าพระพุทธเจ้า (พระองค์นี้) จะทรงดำรงชีพมีเนื้อหนังที่หายใจอยู่ หรือไม่มีก็ตาม แต่ก็ไม่ต่างกัน เพราะพระสาวกที่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ก็ย่อมปฏิบัติไปตามที่ตนได้เคยได้รับการสั่งสอนมา การคิดว่ามีอะไรต่างกัน เป็นอาการของโรคยึดติด (อุปาทาน) ที่ไปยึดเอาว่า ร่างๆนี้เท่านั้นที่จะเป็นครูสั่งสอนเราได้ และหากไม่มีร่างนี้ทุกอย่างจะสูญสลายไปหมด

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s