ความบอบบางของมนุษย์

งานของผมตอนนี้ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาโดยตรง ได้แก่การแปลหนังสือ The Three Levels of Spiritual Perception ของ Deshung Rinpoche ตอนนี้แปลมาได้เกือบครึ่งเล่มแล้ว เนื่องจากหนังสือทั้งเล่มมีมากกว่า 500 หน้า ก็คงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง

ในบทเกี่ยวกับการพิจารณาความไม่เที่ยงและความบอบบางของร่างมนุษย์ เตชุงริมโปเชขอให้เราพิจารณาประเด็นต่อไปนี้ในการทำสมาธิ:

การได้ร่างมนุษย์มานั้นช่างยากเย็นยิ่งนัก และเมื่อได้มาแล้วก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ชีวิตมนุษย์ผ่านพ้นไปเหมือนกับน้ำที่ตกลงมาจากผาสูง ชีวิตมนุษย์เหมือนกับการรอคอยความตายของนักโทษประหาร เหมือนกับปลาที่กำลังว่ายเข้าไปในอวนของชาวประมง หรือเหมือนกับสัตว์ที่รอคอยอยู่ในกรงของนายพราน เพื่อรอถูกฆ่าในรอบต่อไป

ผู้คนในรุ่นอายุต่างๆที่มีชีวิตอยู่ในอดีต ต่างก็เสียชีวิตไปหมดแล้วโดยไม่มีข้อยกเว้น แม้ในขณะนี้ รอบๆตัวข้าพเจ้านี้มนุษย์ตายไปแล้ว กำลังจะตาย และกำลังเข้าใกล้ความตายมากขึ้นทุกขณะ และในอนาคตสถานการณ์ของมนุษย์เกี่ยวกับความตายก็จะเป็นเหมือนเดิม เนื่องจากความตายเป็นชะตากรรมของทุกๆคนที่ได้เกิดมา และแม้แต่พระพุทธเจ้ากับพระโพธิสัตว์ทั้งหลายก็ยังไม่สามารถรอดพ้นจากสถานการณ์เช่นนี้ ข้าพเจ้าจึงมองไม่เห็นหนทางใดที่จะรอดพ้นจากความตายของตนเองไปได้

เนื่องจากข้าพเจ้าไม่มีหลักประกันใดๆว่าชีวิตของข้าพเจ้าจะยืนยาว และก็ไม่มีหลักประกันว่าความตายจะไม่เกิดขึ้นในทันใด จึงสมควรที่ข้าพเจ้าจะเผชิญหน้ากับสถานการณ์นี้ และทำโอกาสที่มีอยู่ในขณะนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ข้าพเจ้าต้องพิจารณาความตายกับความไม่เที่ยงอย่างพากเพียร ซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อให้จิตของข้าพเจ้ามุ่งมั่นอยู่กับการปฏิบัติอย่างจริงใจและอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ข้าพเจ้ายังทำเช่นนี้ได้ ข้าพเจ้าจะต้องไม่ปล่อยให้ตนเองผลัดวันประกันพรุ่งในการปฏิบัติธรรม หรือปฏิบัติอย่างเกียจคร้านหรือไม่จริงใจ ในระบบการปฏิบัติกรรมฐานของลัมเดรที่ข้าพเจ้าได้ถือปฏิบัติ ขอให้พระอาจารย์กับครูบาอาจารย์ทุกรูปในสายคำสอน ได้โปรดอำนวยพรให้ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติด้วยความเพียรและไม่หลอกตนเอง

ร่างมนุษย์นี้บอบบางยิ่งนัก เกิดแต่เหตุกับปัจจัย ถือรูปขึ้นจากวิบากกรรมอันประกอบไปด้วยกิเลสเช่นราคะ โทสะ โมหะ แม้ว่าร่างนี้จะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างแก่เรา อันเป็นเหตุให้เราบำรุงบำเรอมันอย่างยิ่ง แต่ธรรมชาติอันแท้จริงของร่างนี้ก็ได้แก่ความเปลี่ยนแปลงและความไม่เป็นแก่นสาร ร่างนี้เปลี่ยนไปทุกชั่วขณะ ร่างอันบอบบางนี้ อันไม่อาจทนได้แม้แต่ความร้อนหรือความเย็นเพียงเล็กน้อย ความเจ็บปวดหรือการถูกทำร้าย แท้จริงแล้วเป็นร่างที่มุ่งตรงไปสู่การดับสูญแทนที่จะเป็นสภาพอันคงทนถาวร

นิทานปรัมปราของอินเดียมีกล่าวไว้ว่า เขาพระสุเมรุนั้นเป็นตัวอย่างของความคงทนเที่ยงแท้และความมั่นคง แต่แม้กระทั่งเขาพระสุเมรุ พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดาวเคราะห์ ขุนเขา มหาสมุทรก็จะต้องถูกทำลายลงไปเมื่อสิ้นกัปนี้ กล่าวว่าจะมีดวงอาทิตย์ถึงเจ็ดดวงขึ้นมาพร้อมๆกันบนท้องฟ้า ยังผลให้มหาสมุทรเหือดแห้งและให้เขาพระสุเมรุกลายเป็นฝุ่น ไม่มีส่วนเล็กๆใดๆหลงเหลืออยู่ หากการทำลายล้างเช่นนี้เกิดขึ้นแก่สิ่งอันใหญ่โตเช่นนี้ แล้วร่างของเราจะเหลืออะไรเล่า?

ริมโปเชขอให้เราพิจารณาประเด็นนี้อย่างจริงใจ ให้เกิดความรู้สึกเหนื่อยหน่ายละวางจากสังสารวัฏ ออกมาจากก้นบึ้นของจิตใจของเราเอง การตระหนักถึงความไม่เที่ยงของชีวิตเรา ว่าเราอาจจะตายเมื่อใดก็ได้ เป็นเหตุจูงใจอันสำคัญที่สุด ให้เราหันมาปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่ปฏิบัติเล่นๆเพื่อใช้เวลาว่างเท่านั้น

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s