พระ ดร. อนิล ศากยะบรรยายที่มูลนิธิพันดารา

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการจัดงานวันเกิดครบรอบสี่ปีของมูลนิธิพันดารา ที่บ้านมูลนิธิถนนลาดพร้าว ครั้งนี้เราได้นิมนต์พระ ดร. อนิล ศากยะ กับพระภิกษุจากวัดบวรมาสวดมนต์ให้พร เนื่องในงานวันเกิด และก็มีการถวายอาหารเลี้ยงพระเพลกัน ก่อนหน้านั้นพระ ดร. อนิล หรือที่เราเรียกท่านว่า “หลวงพี่สุกันธะ” ก็ได้บรรยายธรรมเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงในหัวข้อ “การฝึกจิตเพื่อพัฒนาตน”

การฝึกจิตเป็นหัวใจของการปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา จุดมุ่งหมายก็เพื่อพัฒนาตนเองให้เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีค่าสูงขึ้น การที่จะเป็นเช่นนี้ได้ก็จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ รู้ว่าสภาพที่เป็นอยู่นี้เป็นสิ่งที่ไม่น่าพอใจอย่างไร และเป้าหมายของการดำรงชีวิตเป็นอย่างไร รวมทั้งหนทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้นเป็นอย่างไร กล่าวย่อๆก็คือว่า การเข้า่ใจอริยสัจสี่ประการนั้นจะเป็นการพัฒนาตนนั่นเอง

หลวงพี่ขอให้เรามองไปที่รูปของพระพุทธเจ้า ซึ่งอาจจะเป็นรูปทังกา หรือพระพุทธรูปก็ได้ พระพุทธเจ้านั้นทรงเป็นแบบอย่างอันสมบูรณ์ของการฝึกจิตและการพัฒนาตน เหตุใดพระพุทธเจ้าจึงทรงนั่งอยู่ในท่าเช่นนี้? เหตุใดท่านจึงไม่ทรงเดินสะเปะสะปะ ชี้นั่นชี้นี่โดยไม่สำรวม? การพิจารณาพระพุทธรูปนั้นก็เป็นการฝึกจิตที่ได้ผลดีอยู่แล้วในตัว เพียงแต่เราต้องมองให้เห็นถึงคุณลักษณะของพระพุทธเจ้าที่ปรากฏอยู่ แล้วน้อมเอาคุณสมบัตนั้นมาเป็นคุณสมบัติของเราเอง

เหตุใดพระพุทธเจ้าจึงทรงมองหลุบลงต่ำ? ก็เป็นเพราะว่าทรงมีความสำรวมอินทรีย์ การสำรวมอินทรีย์หมายความว่า เรามีสติตรวจสอบควบคุมอายตนะของเราอยู่ตลอดเวลา เพื่อมิให้เกิดความประมาทอันจะนำไปสู่ความทุกข์ขึ้นมาได้ ทรงนั่งประทับอยู่ในท่าสมาธิ ซึ่งแสดงว่าท่านได้ทรงฝึกฝนตนเองจนเสร็จสมบูรณ์ และทรงเป็นแบบอย่างให้แก่เราในการปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงสถานะเช่นเดียวกับพระองค์ เมื่อเรามองไปที่พระุพุทธรูป เราก็มองเห็นพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณของพระองค์ พระปัญญาธิคุณหมายความถึงปัญญาอันมองเห็นสรรพสิ่งตามที่เป็นจริงๆ โดยปราศจากการปรุงแต่งทั้งปวง เป็นการมองว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็น “ของว่าง” หรือ “ศูนยตา” สิ่งต่างๆเป็นเช่นนั้นเองตามลักษณะของมัน พระกรุณาธิคุณหมายความถึงพระมหากรุณาที่พระองค์ทรงมี ซึ่งทำให้พระองค์ทรงช่วยเหลือสั่งสอนสรรพสัตว์อย่างไม่เห็นแก่พระวรกาย ส่วนพระบริสุทธิคุณนั้นหมายถึงการที่พระองค์ทรงไกลจากกิเลส เหมือนกับดอกบัวที่บานอยู่เหนือน้ำ แม้ว่าจะเกิดจากโคลนตม แต่โคลนตมนั้นก็ไม่อาจแปดเปื้อนดอกบัวนั้นได้ เปรียบเหมือนกับพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า ที่กิเลสใดๆไม่อาจแผ้วพานได้

เป้าหมายของเราในการฝึกจิต ก็คือให้จิตของเราเป็นเหมือนกับจิตของพระพุทธเจ้า เป็นจิตที่สะอาด สว่าง สงบ เป็นจิตที่เปี่ยมไปด้วยปัญญา ความกรุณา และความบริสุทธิ์ เราเข้าใจความเป็นจริงว่าเป็นศูนยตา เรามีความกรุณาแก่สรรพสัตว์ ไม่แบ่งแยกว่านี่เป็นสัตว์อื่น นี่เป็นตัวเรา ความทุกข์ของสรรพสัตว์ก็คือความทุกข์ของเรา และเราก็มีจิตที่สะอาดบริสุทธิ์ ไกลจากกิเลส เหมือนกับดอกบัวอันใสสะอาดงดงามที่โผล่พ้นขึ้นมาจากน้ำ

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่อะไรที่ห่างไกลจากชีวิตเราจนเราไม่สามารถทำตามได้ นั่นไม่ใช่ประเด็นของพระพุทธศาสนาแต่ประการใด สาเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงลำบากลำบนสั่งสอนสรรพสัตว์มาเป็นเวลากว่าสี่สิบห้าปีนั้น จะไม่มีความหมายอะไรเลย หากสิ่งที่พระองค์มุ่งสอนไม่สามารถปฏิับัติได้จริง

หลวงพี่ให้เราพิจารณาบทบูชาพระพุทธเจ้า ที่ชาวพุทธทุกคนสวดกันเป็นประจำ

นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

คำแปลคือ “ขอนอบน้อมแด่สมเด็จพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้ทรงไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง” หลวงพี่บอกว่าแท้จริงแล้ว นิกายใหญ่ทั้งสามในพระพุทธศาสนา คือเถรวาท มหายาน วัชรยาน ก็มีอยู่แล้วในบทสวดนี้ การเป็น “พระผู้มีพระภาค” หมายความว่า ทรงจำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ตามแต่จริตของสัตว์นั้นๆ ซึ่งแสดงถึงพระกรุณาธิคุณ ซึ่งเป็นคุณธรรมที่มหายานเน้น ส่วนการเป็น “ผู้ไกลจากกิเลส” ก็หมายถึงการที่ทรงกำจัดกิเลสได้หมดสิ้น พ้นจากทุกข์โดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายเถรวาทเน้น ส่วนการเป็น “ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง” ก็แสดงถึงพระปัญญาธิคุณ อันเป็นเสมือนเพชรที่ตัดการปรุงแต่งทั้งหมดให้ขาดสะบั้นไป ซึ่งเป็นคุณธรรมที่ฝ่ายวัชรยานเน้น ดังนั้นตกลงก็คือว่า แม้บทสวดพื้นฐานบทนี้ ก็ยังมีทั้งคำสอนของเถรวาท มหายาน วัชรยาน ครอบคลุมหมดสิ้น นิกายทั้งสามนั้นแตกต่างกันแต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก และการแสดงออกที่ต่างกันในการสั่งสอนสรรพสัตว์ที่มีจริตต่างกัน แต่เนื้อแท้แล้วเป็นความจริงหนึ่งเดียวกันหมดสิ้น

ท่านที่สนใจดูภาพกับรายะเอียดอื่นๆของมูลนิธิพันดารา เข้าไปดูได้ที่บล๊อกของกฤษที่ krisadawan.wordpress.com

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s