ธรรมชาติพุทธะ

เรามีตัวอย่างที่ได้จากพระอาจารย์ของอาตมาเอง คือท่านงาวังเลกปาริมโปเช ท่านกล่าวว่า สมมติว่าเรามีโลหะอยู่ก้อนหนึ่ง เช่นทองเหลือง เราอาจใช้โลหะก้อนนี้มาทำกระโถน แล้วผู้คนก็จะบอกว่านี่เป็นสิ่งสกปรกมากๆ ผู้คนใช้กระโถนนี้ไปห้องน้ำ เขาจะคิดว่านี่เป็นสิ่งสกปรก แตะต้องไม่ได้ แต่เมื่อเราเอากระโถนใบนี้ไปหลอมใหม่ ตีขึ้นรูปใหม่ให้เป็นถ้วยถวายเครื่องบูชาอันสดใสแวววาว ผู้คนกลุ่มเดียวกันนี้ก็จะพูดว่า “ถ้วยใบนี้ช่างสวยเสียนี่กระไร! เราไม่สามารถใช้ถ้วยเช่นนี้ในครัวได้ ขอให้เอาถ้วยใบนี้ไปใส่เครื่องบูชาถวายพระเถอะ!” ต่อไปเราเอาโลหะก้อนเดียวกันนี้มาหลอมใหม่อีกครั้ง แล้วเปลี่ยนให้เป็นพระพุทธรูป แล้วผู้คนก็จะกราบลงกับพื้น กล่าวว่านี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเขาและแสดงความเคารพบูชาอย่างสูงสุด ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้แก่โลหะก้อนเดียวกันนี้

ขอให้เราพิจารณาจิตของมนุษย์คนหนึ่ง พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงมีอะไรที่เหมือนกับคนอนาถาที่เราเห็นทนทุกข์ทรมานอยู่ตามตรอกบ้าง? จะมีอะไรที่ต่างกันมากไปกว่านี้อีกหรือ? ธรรมชาติพุทธะในใจของสัตว์โลกเหล่านี้อยู่ที่ใด? นี่คือสัตว์โลกที่ธรรมชาติพุทธะของพวกเขาไม่ได้รับการรับรู้ ซึ่งก็เป็นเช่นเดียวกับกระโถนในส้วม คือความเป็นไปได้ของพวกเขาที่จะบรรลุเป็นพระพุทธเจ้าไม่ชัดเจน แต่คนเข็ญใจคนหนึ่งที่อาจจะเป็นคนที่น่าสมเพชเวทนาที่สุด ก็ยังมีธรรมชาติพุทธะอยู่ในใจของเขา ไม่ว่าเขาเองหรือคนอื่นจะมองเห็นตรงนี้หรือไม่ก็ตาม คนเข็ญใจนี้ก็เหมือนกับการที่เราเอาโลหะมาทำเป็นกระโถนในส้วม ทีนี้เอาคนเข็ญใจคนนี้สอนพระธรรม แสดงให้เขาเห็นว่าปฏิบัติสมาธิอย่างไร จะหลีกเลี่ยงอกุศลกรรมและสั่งสมบุญบารมีอย่างไร หลังจากนี้ไม่นานเขาก็กลายเป็นพระโพธิสัตว์ เนื่องจากหากเขาเพียรปฏิบัติเยี่ยงพระโพธิสัตว์ ไม่นานเขาก็จะเป็นพระโพธิสัตว์ ทีนี้เขาก็จะเป็นเหมือนกับโลหะทองเหลืองก้อนนี้ที่มาทำเป็นถ้วยบูชาอันควรแก่การถวายเครื่องบูชา และพระโพธิสัตว์นี้หากท่านเพียรพยายามต่อไป ก็จะกลายเป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เององค์หนึ่ง นี่ตรงกับขั้นตอนที่สามในตัวอย่างของเรา เมื่อโลหะก้อนนี้เปลี่ยนไปเป็นพระพุทธรูป

ในกรณีทั้งสามนี้ เราใช้วัตถุก้อนเดียวกัน นั่นก็คือธรรมชาติของจิต หรือธรรมชาติอันตื่นรู้เป็นพุทธะ นี่เองที่เชื่อมโยงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากับสัตว์โลกในสังสารวัฏที่ต่ำที่สุด ลงไปจนถึงแมลง ทั้งหมดต่างก็มีธรรมชาติตื่นรู้นี้อยู่ภายในทั้งสิ้น ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องของการมองเห็นรับรู้และการชำระล้างเท่านั้น

–จากหนังสือเรื่อง “การเห็นทางธรรมสามระดับ” ของเตชุงริมโปเช

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s