ปรับแต่งเสียงของสมาธิ

ทีนี้อาจเกิดขึ้นได้ว่าเราปฏิบัติสมาธิมากเกินไป เราพยายามมากไปหรือเพ่งนานมากไป จิตอาจจะขุ่นมัวด้วยแรงปฏิกิริยาอันเกิดจากความตึงเครียด และเราอาจพบว่าเราเองตกลงไปสู่ความง่วงงุน ความหลง หรือความเซื่องซึม หากเราพบความขุ่นมัวเช่นนี้ เราก็ควรจะพยายามพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า “ปัญญาญาณอันแยกแยะ” เราถอยกลับไปที่จุดตั้งต้นแล้วก็เริ่มใหม่ ตรวจสอบจิต จิตอยู่ข้างในหรือข้างนอก? หากอยู่ข้างในจิตนั้นคืออะไร? จิตมีขนาด รูปร่าง สี ตำแหน่งหรือไม่? ขอให้เราเตือนตัวเองเกี่ยวกับธรรมชาติอันแท้จริงของจิต การทำเช่นนี้จะขับไล่ความขุ่นมัวไปได้

อีกทางหนึ่ง หากเราใช้การวิเคราะห์หรือการแยกแยะมากเกินไป จนทำให้จิตผูกติดอยู่กับญาณทัศนะอันส่องแสงเจิดจ้า จิตก็จะมีปฏิกิริยาด้วยการกระจัดกระจายฟุ้งซ่าน จิตจะไม่อยู่ในสมาธิแต่จะกระสับกระส่ายไปมา ในขั้นตอนแรกๆของการปฏิบัติการฟุ้งซ่านนี้จะหยาบมาก แต่ในขณะนี้จิตเพียงแค่ไม่ยอมอยู่นิ่งและไม่ยอมอยู่ในสถานะของสมาธิ เนื่องจากว่าเราใช้การวิเคราะห์ด้วยเหตุผลมากจนเกินไป

วิธีที่จะหลีกเลี่ยงความผิดพลาดทั้งสองประการนี้ก็คือทำทุกอย่างให้ง่ายๆสบายๆ เข้าสู่สมาธิและดำรงอยู่อย่างนั้นด้วยความชำนาญและความเรียบง่าย ให้เรารักษาสมดุลเอาไว้ อย่ากดให้มากเกินไป ตัวอย่างเช่นหากเรากำลังใส่ก้อนหินเข้าไปในลัง เราไม่สามารถทำได้ดีหากโยนก้อนหินเข้าไปจากระยะไกล เมื่อเราฟั่นด้ายให้เป็นเชือก หากเราฟั่นไม่ดีไม่ทำให้เหนียวแน่น เชือกก็จะหลุดกระจายออกมา ฉันใดก็ฉันนั้นการปฏิบัติสมาธิของเราก็ควรทำไปด้วยความสม่ำเสมอที่พอดี

มีพระสูตรที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับพระสาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารูปหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นนักดนตรีมาก่อนที่จะมาบวช พระภิกษุรูปนี้มีปัญหากับการทำสมาธิ บางครั้งก็ไปได้ดี แต่บางครั้งก็พบว่าตนเองเฉื่อยชากับง่วงงุน แต่บางครั้งจิตของท่านก็ซัดส่ายฟุ้งซ่านไปมา เมื่อท่านพยายามแก้ปัญหาด้วยการท่องมนตรา จิตของท่านก็แล่นเตลิดเปิดเปิงบังคับไม่ได้ ท่านจึงไปหาพระพุทธเจ้าแล้วทูลถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า “เมื่อท่านยังเป็นนักดนตรีขณะเมื่อยังเป็นฆราวาสอยู่นั้น ท่านขึงสายเครื่องดนตรีตึงเกินไปหรือไม่?” พระภิกษุรูปนี้ก็ตอบว่า “ไม่ พระเจ้าข้า หากข้าพระองค์ทำเช่นนั้นก็จะไม่สามารถเล่นได้”

พระพุทธเจ้าก็ตรัสถามอีกว่า “แล้วท่านทำอย่างไร?” พระภิกษุก็ทูลตอบว่า “ข้าพระองค์ขึงสายไม่ให้ตึงไปหรือหย่อนไป แต่ให้พอดี” พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “ให้ท่านขึงสายสมาธิของท่านให้พอดีเช่นเดียวกัน” พระภิกษุรูปนั้นก็ปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำ และไม่นานท่านก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์

เนื้อหาของพระสูตรนี้ก็คือว่า แม้ในขณะที่เรากำลังปฏิบัติสมาธิขั้นสูง เราก็ต้องรักษาสมดุลย์หรือความพอดีเอาไว้ในการปฏิบัติทั้งสมถและวิปัสสนาภาวนา เมื่อทั้งสองนี้ปฏิบัติร่วมกันอย่างเท่าๆกันโดยไม่มีการแบ่งแยก เราก็จะพ้นจากการสูญเสียสมาธิ การตกต่ำหรือการหลุดออกนอกเส้นทางที่อาจเกิดขึ้นได้ หากเรามีอย่างใดอย่างหนึ่งมาจนเกินไป ผลที่ได้ก็จะไม่ใช่พระสัมมาสัมโพธิญาณ แต่เราจะเข้าสู่อรูปฌานอย่างใดอย่างหนึ่งในสี่ประการ ซึ่งเราจะพูดเรื่องนี้กันต่อไป สรุปก็คือสิ่งที่เราจะหวังได้มากที่สุดจากความเพียรของเราแม้ว่าเราจะคิดว่าเรากำลังปฏิบัติสมาธิภาวนาพิจารณาศูนยตาอยู่ก็ตาม ก็คืออรูปฌานทั้งสี่นี้ หาใช่พระพุทธภาวะไม่

ตัวอย่างเช่น หากเราใช้วิปัสสนามากเกินไป ไม่ว่าญาณทัศนะของเราจะลึกซึ้งปานใด สิ่งที่เราจะได้อย่างมากที่สุดก็คือการดำรงอยู่ในอรูปภูมิหนึ่งในสี่ภูมินี้ ในอรูปภูมิผู้ที่อาศัยในนั้น (เรียกว่าพระพรหม) ปฏิบัติสมาธิอยู่กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งของการไม่มีรูป เช่น “ไม่มีอะไรเลย” สภาวะเช่นนี้เรียกได้อย่างถูกต้องว่า “การหลุดออกนอกเส้นทาง” หรือ “การตกต่ำ” เพราะว่าการปฏิบัติของเรากำลังพาเราออกจากเป้าหมายอันได้แก่การหลุดพ้นจากสังสารวัฏแล้วพาเข้าไปสู่ประสบการณ์เหล่านี้ ซึ่งไม่ว่าจะสูงส่งเพียงใดแต่ก็ไม่ใช่เป้าหมายที่เราแสวงหา ดังนั้นการตระหนักเกี่ยวกับการออกนอกเส้นทางเหล่านี้ ตลอดจนรู้ถึสาเหตุและจะหลีกเลี่ยงอย่างไร จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

เมื่อเราถอนออกจากสมาธิและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติประจำวัน เราก็ไม่ควรปล่อยให้จิตซัดส่ายไปมากับตกอยู่ใต้อำนาจความหลงอีกต่อไป แต่เราควรจะมีสติกับสัมปชัญญะ รู้ตัวทั่วอยู่กับสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับจิต พร้อมกับสิ่งที่จำเป็นในการรักษาสถานะของสมาธิที่ดีที่สุดเอาไว้ เมื่อเราใช้ชีวิตตามปกติเราก็มีสติอยู่เสมอ ประพฤติตัวให้ดีที่สุดที่เราจะทำได้เพื่อบรรลุเป้าหมายอันได้แก่ประโยชน์สูงสุดของสรรพสัตว์

— จาก การเห็นทางธรรมสามระดับ ของเตชุง ริมโปเช

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s