โพธิจิต

คำสอนของท่านอสังคะว่าด้วยมหากรุณา

เพื่อตั้งจิตที่อธิษฐานแน่วแน่ไปสู่การหลุดพ้นเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ หรือที่เรียกว่าโพธิจิต ท่านควรพัฒนาจิตอันเป็นอุเบกขาต่อสัตว์โลกทั้งมวล จากนั้นจึงพิจารณาคำสอนว่าด้วยสาเหตุและผลเจ็ดประการที่พระโพธิสัตว์ไมเตรยะได้ให้ไว้แก่ท่านอสังคะ ในเบื้องแรกขอให้ท่านคิดอยู่เบื้องหน้าของท่าน ว่ามีสัตว์โลกผู้หนึ่งที่ไม่เคยช่วยเหลือท่าน และก็ไม่เคยทำร้ายท่าน คิดว่าจากมุมมองของสัตว์ผู้นี้ เขาต้องการได้ความสุข และไม่ต้องการความทุกข์ เหมือนกับคนอื่นทุกๆคน ข้าพเจ้าจะทำตนเองให้ปลอดจากความผูกพันและความรังเกียจ ข้าพเจ้าจะไม่รู้สึกใกล้ชิดกับคนบางคนกับช่วยเหลือเขา ในขณะที่รู้สึกห่างเหินจากคนอื่นๆกับทำร้ายเขา ข้าฯจะพัฒนาจิตอุเบกขาต่อสัตว์ทั้งมวล ขอให้พระอาจารย์และพระโพธิสัตว์ทั้งหลายช่วยเหลือข้าพเจ้าด้วย

เมื่อท่านรู้สึกเป็นอุเบกขาต่อผู้ที่เป็นกลางๆกับท่านแล้ว ก็ขอให้นึกถึงผู้ที่น่ารักใคร่ น่ายินดี ซึี่งท่านรู้สึกผูกพันด้วย พยายามตั้งจิตอันเป็นอุเบกขากับคนผู้นี้ คิดว่าความรู้สึกลำเอียงที่ข้าพเจ้ามีเกิดมาจากความผูกพัน เนื่องจากข้าพเจ้าได้เคยอยากได้สิ่งสวยงามน่าดังดูดใจมาตลอด ข้าพเจ้าจึงต้องเกิดใหม่มาเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏนี้ไม่จบสิ้นด้วยวิธีนี้ขอให้ท่านยับยั้งความปรารถนาและทำจิตให้เป็นสมาธิ

เมื่อท่านรู้สึกเป็นอุเบกขาต่อผู้ที่ท่านผูกพันด้วยแล้ว ก็ขอให้นึกถึงผู้ที่ไม่น่ารักใคร่ ไม่น่ายินดี พยายามตั้งจิตอันเป็นอุเบกขาต่อคนผู้นี้ คิดว่าเนื่องจากเคยมีข้อพิพาทหรือความขัดแย้งระหว่างเราทั้งสอง ข้าพเจ้าจึงมีจิตรังเกียจคนผู้นี้ จึงไม่มีอุเบกขา หากไม่มีอุเบกขาแล้ว ข้าพเจ้าก็จะไม่สามารถตั้งอธิษฐานไปสู่การหลุดพ้นได้เลย!” ด้วยวิธีนี้ขอให้ท่านยับยั้งความรังเกียจนั้นและทำจิตให้เป็นสมาธิ

เมื่อท่านรู้สึกว่าจิตเป็นอุเบกขาต่อผู้ที่ท่านรังเกียจแล้ว ก็ขอให้คิดถึงคนทั้งคู่นี้ ได้แก่ผู้ที่ท่านรู้สึกผูกพันด้วย กับผู้ที่ท่านรังเกียจ แล้วคิดว่าคนทั้งสองนี้ก็เหมือนๆกันตรงที่จากมุมมองของตนเอง ต่างก็ต้องการความสุข และไม่ต้องการความทุกข์ จากมุมมองของข้าพเจ้า ผู้ที่ข้าพเจ้ารู้สึกผูกพันด้วยได้เคยเกิดมาเป็นศัตรูของข้าพเจ้าเป็นจำนวนชาติอันประมาณมิได้ และผู้ที่ข้าพเจ้ารู้สึกรังเกียจ ไม่ชอบก็เคยเกิดมาเป็นมารดาที่ได้เอาใจใส่ดูแลข้าพเจ้าด้วยความรักเป็นจำนวนนับชาติไม่ถ้วน ข้าพเจ้าควรชอบคนไหน? ข้าพเจ้าควรเกลียดคนไหน? ข้าพเจ้าจะรู้สึกเป็นอุเบกขาและหลุดพ้นจากความผูกพันและความรังเกียจ ขอให้พระอาจารย์และพระโพธิสัตว์ทั้งหลายโปรดช่วยเหลือข้าพเจ้าให้เป็นเช่นนี้ด้วยเถิด!”

เมื่อท่านรู้สึกเป็นอุเบกขาเช่นนี้แล้ว ก็แผ่ขยายความรู้สึกนี้ให้แก่สัตว์โลกทั้งมวลสัตว์โลกทั้งหลายเสมอเหมือนกัน ต่างก็อยากได้ความสุขและไม่ต้องการความทุกข์ สัตว์โลกทั้งหลายเป็นญาติของข้าพเจ้า ดังนั้นข้าพเจ้าจะเรียนรู้การตั้งจิตเป็นอุเบกขา และหลุดพ้นจากความรู้สึกผูกพันและรังเกียจที่มีต่อสัตว้ืโลกไม่ว่าใกล้หรือไกล จากการช่วยเหลือบางคนและทำร้ายบางคน ขอให้พระอาจารย์และพระโพธิสัตว์ทั้งหลายโปรดช่วยเหลือข้าพเจ้าให้ประสบความสำเร็จด้วยเถิด!”

เมื่อท่านได้พัฒนาจิตอันเป็นอุเบกขาแล้ว ก็ขอให้ท่านปฏิบัติขั้นแรกของคำสอนเจ็ดประการเพื่อบรรลุถึงพระโพธิจิต ขอให้ท่านตั้งนิมิตนึกภาพพระอาจารย์กับพระโพธิสัตว์ทั้งหลายมาอยู่ต่อหน้าท่าน ทำสมาธิพิจารณาดังนี้เหตุใดสัตว์โลกทั้งหลายจึงเป็นญาติของข้าพเจ้า? เนื่องจากสังสารวัฏไม่มีการเกิด การเกิดมาในชาติต่างๆของข้าพเจ้าจึงมีจำนวนไม่อาจประมาณได้ ในการดำเนินชีวิตจำนวนนับชาติไม่ถ้วนเช่นนี้ จึงไม่มีชีวิตรูปแบบใดเลยที่ข้าพเจ้าไม่เคยถือกำเนิดมาเป็น และก็ไม่มีประเทศหรือดินแดนใดที่ข้าพเจ้าไม่เคยเกิดมาในนั้น ในบรรดาสัตว์โลกทั้งหลายไม่มีใครเลยที่ไม่เคยเป็นมารดาของข้าพเจ้ามาเป็นเวลานับครั้งไม่ถ้วน และต่างก็ได้เคยเป็นมารดาของข้าพเจ้ามานับชาติไม่ถ้วนเช่นเดียวกัน และก็จะมาเป็นมารดาของข้าพเจ้าอีกเป็นจำนวนนับชาติไม่ถ้วนอีกในอนาคต

เมื่อท่านตระหนักถึงความจริงข้อนี้อย่างแจ่มแจ้งแล้ว ขอให้ท่านทำสมาธิพิจารณาความรักความกรุณาที่สัตว์โลกทั้งหลายมีให้แก่ท่านเมื่อสัตว์เหล่านั้นเป็นมารดาของท่าน ขอให้ท่านตั้งนิมิตนึกภาพพระอาจารย์กับพระโพธิสัตว์ทั้งหลายมาอยู่ต่อหน้าท่าน แล้วก็ทำสมาธินึกภาพมารดาของท่านในชาตินี้ให้แจ่มชัดที่สุด ทั้งในเวลาที่ท่านยังสาวอยู่กับในเวลาที่ท่านมีอายุมากแล้วไม่เพียงแต่ท่านจะเป็นมารดาของเราในชาตินี้เท่านั้น แต่ท่านยังได้ดูแลฟูมฟักเลี้ยงดูเรามาในชาติต่างๆอันประมาณมิได้ ในชาตินี้ท่านได้ปกปักรักษาเรามาอย่างดีในมดลูกของท่าน และเมื่อข้าพเจ้าเกิดมาก็อุ้มเราวางบนฟูกกับหมอนอันอ่อนนุ่ม กับอุ้มข้าพเจ้าไว้แนบอกอันอบอุ่น กับให้ข้าพเจ้าดูดนมอันมีรสหวานโอชะ ท่านต้อนรับข้าพเจ้าด้วยรอยยิ้มอันเปี่ยมไปด้วยความรัก และมองข้าพเจ้าด้วยสายตาอันเปี่ยมไปด้วยความสุข ท่านเช็ดน้ำมูกออกจากจมูก กับเช็ดอุจจาระของข้าพเจ้า เมื่อยามที่ข้าพเจ้าป่วยเป็นโรคอันใดแม้แต่น้อย ท่านก็เป็นทุกข์เสียยิ่งกว่าจะสูญเสียชีวิตของท่านเอง ท่านดูแลข้าพเจ้าอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ไม่คำนึงถึงร่างกายของท่านเองว่าจะเจ็บปวดทรมานเพียงใด ท่านให้อาหารกับที่พักแก่ข้าพเจ้าอย่างดีที่สุดเท่าที่ท่านจะหามาได้ ท่านได้มอบความสุขกับประโยชน์อันประมาณมิได้แก่ข้าพเจ้า กับทั้งปกป้องข้าพเจ้าจากภัยอันตรายทุกสิ่งทุกอย่างขอให้ท่านพิจารณาความกรุณาอันใหญ่ยิ่งของมารดา จากนั้นก็พิจารณาความกรุณาของบิดา และคนอื่นๆที่ใกล้ชิดกับท่าน ซึ่งต่างก็เคยเป็นมารดาของท่านมานังครั้งไม่ถ้วนเช่นเดียวกัน

เมื่อท่านตระหนักถึงความจริงข้อนี้อย่างแจ่มแจ้งแล้ว ก็ขอให้ท่านทำสมาธิพิจารณาสรรพสัตว์ที่ท่านรู้สึกเป็นกลางๆแม้จะดูเหมือนว่าสัตว์โลกเหล่านี้มิได้มีความผูกพันอันใดเป็นพิเศษกับข้าพเจ้า แต่สัตว์เหล่านี้ก็เคยเป็นมารดาของข้าพเจ้ามานับชาติไม่ถ้วน ในชาติเหล่านั้นสัตว์โลกนั้นก็ได้ดูแลฟูกฟักข้าพเจ้าเป็นอย่างดียิ่งด้วยความรักความกรณาเมื่อท่านตระหนักถึงความจริงข้อนี้อย่างแจ่มแจ้งแล้ว ก็ขอให้ท่านทำสมาธิพิจารณาสรรพสัตว์ที่เป็นศัตรูกับท่าน นึกถึงสัตว์เหล่านี้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งที่สุดว่ามาอยู่ต่อหน้าท่าน พิจารณาดังนี้ข้าพเจ้าจะรู้สึกได้อย่างไรว่าสัตว์เหล่านี้เป็นศัตรูของข้าพเจ้า? เนื่องจากชาติต่างๆในสังสารวัฏมีจำนวนมากจนไม่อาจประมาณได้ สัตว์เหล่านี้ก็ย่อมเคยเกิดมาเป็นมารดาของข้าพเจ้ามานับชาติไม่ถ้วนเช่นเดียวกัน เมื่อสัตว์เหล่านี้เป็นมารดา ท่านก็ได้ดูแลฟูกฟักข้าพเจ้าเป็นอย่างดียิ่งด้วยความสุขและประโยชน์อันประมาณมิได้ และก็ได้ปกป้องข้าพเจ้าจากความทุกข์และภัยอันตรายทั้งปวง หากไม่มีท่านเหล่านี้ข้าพเจ้าก็ไม่อาจดำรงชีวิตอยู่ได้แม้เพียงชั่วขณะ และเช่นเดียวกันหากไม่มีข้าพเจ้าท่านเหล่านี้ก็ไม่อาจดำรงชีวิตอยู่ได้แม้เพียงชั่วขณะ เรามีความผูกพันต่อกันอย่างมากมาเป็นเวลานับชาติไม่ถ้วน การที่ท่านเหล่านี้มาเป็นศัตรูของข้าพเจ้าในเวลานี้ ก็เป็นแต่ด้วยเหตุของกรรมที่ได้เป็นมาจากอดีต ในเวลาหนึ่งในอนาคตท่านเหล่านี้ก็จะกลายมาเป็นมารดาของข้าพเจ้าผู้ดูแลฟูกฟักข้าพเจ้าอีกเมื่อท่านตระหนักถึงความจริงข้อนี้อย่างแจ่มแจ้งแล้ว ก็ขอให้ท่านทำสมาธิพิจารณาความกรุณาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายไม่มีประมาณ

หลังจากนั้นก็ทำสมาธิพิจารณาการตอบแทนความกรุณาของสัตว์ทั้งหลายผู้ต่างก็เป็นมารดาของท่าน ขอให้ท่านตั้งนิมิตนึกภาพพระอาจารย์กับพระโพธิสัตว์ทั้งหลายมาอยู่ต่อหน้าท่าน แล้วพิจารณาว่า​จากเวลาอันประมาณไม่ได้ในอดีต มารดาเหล่านี้ได้ปกป้องข้าพเจ้ามาด้วยความกรุณา แต่ด้วยเหตุที่จิตของท่านถูกรบกวนจากปิศาจอันได้แก่กิเลสทั้งหลาย ท่านจึงไม่ได้รับรสของความเป็นอิสระและก็ยังเฝ้าวนเวียนอยู่ราวกับได้เสียสติไป ท่านไม่มีดวงตาสำหรับมองเห็นหนทางสู่สถานะอันสูงของมนุษย์และเทวดา หรือหนทางสู่พระนิพพานอันเป็นสุดยอดของความดี ท่านไม่มีพระอาจารย์คอยดูแล ผู้เป็นดั่งผู้นำทางให้แก่คนตาบอด ท่านถูกทุบถองอยู่ตลอดเวลาด้วยผลของอกุศลกรรม ท่านจึงลื่นไถลลงไปในหุบเหวอันน่าสะพรึงกลัวของการเกิดใหม่และสังสารวัฏ โดยเฉพาะในแดนอบาย การละเลยไม่เอาใจใส่มารดาเหล่านี้เป็นสิ่งน่าละอายอย่างยิ่ง เพื่อตอบแทนบุญคุณที่มารดาเหล่านี้ได้เคยเลี้ยงดูข้าพเจ้ามา ข้าพเจ้าจะปลดปล่อยพวกท่านออกจากความทุกข์ของสังสารวัฏ กับทั้งให้ท่านเหล่านี้ได้ตั้งมั่นอยู่ในบรมสุขอันเกิดจากการหลุดพ้น ขอให้พระอาจารย์และพระโพธิสัตว์ทั้งหลายช่วยเหลือข้าพเจ้าด้วย

จากนั้นขอให้ท่านทำสมาธิพิจารณาความรัก นึกภาพผู้ที่ท่านมีความรู้สึกรักผูกพันด้วยอย่างมาก เช่นมารดาของท่านเองท่านจะมีความสุขอันไม่แปดเปื้อนด้วยมลทินได้อย่างไร ในเมื่อท่านมิได้มีแม้กระทั่งความสุขแปดเปื้อนในสังสารวัฏ? สิ่งที่ท่านจะคุยได้ว่าเป็นความสุขก็ไหลออกไป มีความทุกข์เข้ามาแทนที่ ท่านอยากได้ ไฝ่ฝัน พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะได้ความสุขมา แม้จะเป็นเพียงชั่วเสี้ยววินาทีหนึ่งก็ตาม แต่ท่านก็ยังสร้างเหตุแห่งทุกข์ในอนาคตกับการเกิดใหม่ในสังสารวัฏต่อออกไปในอบายภูมิ ในชีวิตนี้ก็เช่นเดียวกัน ท่านแสนจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ท่านก็ยังสร้างเหตุแห่งทุกข์ต่อไปอีก ท่านมิได้มีความสุขที่แท้จริงเลย จะน่าอัศจรรย์เพียงใดหากท่านมีความสุขและเหตุทั้งหลายแห่งความสุข! ขอให้ท่านมีเหตุเหล่านั้น! ขอให้พระอาจารย์และพระโพธิสัตว์ทั้งหลายช่วยเหลือข้าพเจ้าด้วย

เมื่อท่านมีประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งนี้แล้ว ก็ทำสมาธิต่อไป ในเบื้องแรกพิจารณาถึงผู้คนอื่นๆที่อยู่ใกล้ชิดกับท่าน เช่นบิดา ต่อจากนั้นก็พิจารณาผู้ที่เป็นกลางๆ แล้วก็ศัตรู และในท้ายที่สุดก็พิจารณาสัตว์โลกทั้วมวล

จากนั้นก็ทำสมาธิเกี่ยวกับมหากรุณากับความรับผิดชอบต่อสัตว์ทั้งหลายโดยไม่มีประมาณ ดังนี้:

บิดาและมารดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย ซึ่งจำนวนของท่านมีมากมายจนเต็มท้องฟ้า ต่างก็ถูกพันธนาการอยู่ด้วยวิบากกรรมและกิเลสต่างๆ แม่น้ำทั้งสี่อันได้แก่โลภะ โทสะ โมหะ และอวิชชา ได้พัดพาพวกท่านไปในกระแสของสังสารวัฏ จนทำให้พวกท่านต้องทนทุกข์อยู่กับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย พวกท่านถูกผูกมัดอยู่ด้วยเชือกอันได้แก่วิบากกรรมประเภทต่างๆอย่างแน่นหนา ยากที่จะหลุดไปได้ นับตั้งแต่กาลเวลาอันไม่มีจุดตั้งต้นพวกท่านได้เดินเข้าไปสู่กรงเหล็กของการยึดมั่นว่ามีตัวกูและของกูในหัวใจ กรงเหล็กนี้เปิดออกได้ยากอย่างยิ่ง เนื่องจากพวกท่านถูกม่านหมอกอันได้แก่อวิชชามาปิดบัง จึงทำให้การตัดสินความดีความชั่วผิดพลาดไป และพวกท่านจึงมองไม่เห็นแม้แต่หนทางสู่การมีความสุข อย่าว่าแต่หนทางไปสู่การหลุดพ้นและการตรัสรู้เลย

สรรพสัตว์เหล่านี้ทนทุกข์ทรมานอย่างไม่รู้จบสิ้นอยู่ด้วยความทุกขเวทนา ความทุกข์อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลง และความทุกข์ทั่วไปของสรรพสิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมา ข้าพเจ้าได้เห็นสัตว์ทั้งหลาย มารดาทั้งหลาย ต้องทนทรมานอยู่ในทะเลของการเวียนว่ายตายเกิด หากข้าพเจ้าไม่ช่วยท่านเหล่านี้ ใครเล่าจะช่วยได้? หากข้าพเจ้าจะละเลยไม่สนใจท่านเหล่านี้ ข้าพเจ้าก็จะเป็นคนไร้ยางอายและอยู่ในที่ๆต่ำที่สุด ความปรารถนาของข้าพเจ้าที่จะเรียนมหายานจะเป็นเพียงแค่คำพูดกับลมปาก และข้าพเจ้าจะไม่สามารถไปปรากฏตัวต่อเบื้องหน้าพระพักตร์ของพระพุทธเจ้ากับพระโพธิสัตว์ทั้งหลายได้ ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าจะสั่งสมความสามารถที่จะดึงมารดาผู้ทนทุกข์ของข้าพเจ้าทั้งหลายนี้ให้พ้นจากทะเลของสังสารวัฏ และนำพาพวกท่านให้ตั้งมั่นอยู่บนเส้นทางอันนำไปสู่พระพุทธภาวะ

ขอให้ท่านคิดพิจารณาประเด็นนี้ และสร้างจิตอันเข้มแข็งและใสสะอาดที่มุ่งมั่นในการรับผิดชอบต่อสัตว์ทั้งหลายโดยไม่มีประมาณ

ท้ายที่สุด ขอให้ท่านทำสมาธิพิจารณาโพธิจิต อันเป็นจิตตั้งมั่นที่จะไปสู่การตรัสรู้ ถามตัวท่านเองว่าท่านจะนำพาสัตว์ทั้งหลายไปสู่พระพุทธภาวะได้หรือไม่ แล้วคิดคำนึงว่าข้าพเจ้าไม่รู้ว่ากำลังไปทางไหน แล้วจะนำพาสัตว์แม้แต่ตนหนึ่งไปสู่พระพุทธภาวะ เป็นพระพุทธเจ้าได้อย่างไร? แม้แต่ผู้ที่บรรลุเป็นพระอรหันต์หรือพระปัจเจกพุทธเจ้า ก็ยังสามารถทำได้เพียงช่วยให้สรรพสัตว์บรรลุเป้าหมายเล็กๆของตนเองเท่านั้น และไม่สามารถนำพาสัตว์เหล่านี้ให้ไปสู่การเป็นพระพุทธเจ้าได้ มีแต่เพียงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดเท่านั้นที่จะนำพาสรรพสัตว์ไปสู่การตรัสรู้ได้หมดสิ้น ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ข้าพเจ้าจะบรรลุถึงพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อประโยชน์แก่สัตว์โลกทั้งหลาย ขอให้พระอาจารย์และพระโพธิสัตว์ทั้งหลายช่วยเหลือข้าพเจ้าด้วย!”

(จาก สารพันดารา เล่ม 2)

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s