พระพุทธเจ้ามีกี่พระองค์

คำถามหนึ่งที่มีคนถามญีมาถักปาริมโปเชในการบรรยายของท่านที่บ้านมูลนิธิพันดาราเมื่อวานก็คือว่า ในพระพุทธศาสนาทิเบตมีเรื่องเกี่ยวกับพระอาจารย์ที่บรรลุกลายเป็นพระพุทธเจ้าเป็นจำนวนมาก แล้วพระอาจารย์ที่บรรลุเหล่านี้จะเหมือนหรือแตกต่างอย่างไรกับพระพุทธเจ้าศากยมุนี คำถามนี้เป็นคำถามที่น่าสนใจ ก็เลยคิดว่าจะเอามาพูดในรายละเอียดในที่นี้

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่า การเป็นพระพุทธเจ้านั้นไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีร่างกายร่างนี้หรือเป็นคนๆนี้เท่านั้น เรื่องนี้สำคัญอย่างยิ่ง พระพุทธเจ้าเองตรัสไว้ว่า “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา” ซึ่งก็หมายความว่าการเป็นพระพุทธเจ้านั้นไม่ได้อยู่ที่การมีร่างกายร่างนี้ มีหน้าตาแบบนี้ มีชาติกำเนิดแบบนี้ สวมใส่จีวรแบบนี้ พวกนี้ไม่เกี่ยวข้องแต่ประการใด ใครที่คิดว่าเกี่ยวก็หมายความว่ายังไม่เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าดีพอ

แล้ว “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา” หมายความว่าอย่างไรกันแน่? การเห็นธรรมคือการเข้าใจคำสอนอย่างแจ่มแจ้ง ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่อปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ เดินตามเส้นทางของศีล สมาธิ ปัญญา พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า ทำตามแบบที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้เราทำ คนที่ทำเช่นนี้ได้ชื่อว่า “เห็นพระพุทธเจ้า” เพราะว่าเขามีจิตที่น้อมนำไปสุ่การหลุดพ้นจากทุกข์ มีจิตที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาและปัญญา

แล้วเหตุใดคนที่เห็นเช่นนี้จึเรียกว่าเห็นพระพุทธเจ้า? ก็เพราะว่าความเป็นพระพุทธเจ้านั้นไม่ได้อยุ่ที่รูปลักษณ์ภายนอก ไม่เช่นนั้นเวลาเรากราบพระพุทธรูป เราก็กำลังกราบก้อนอิฐก้อนปูน หรือก้อนทองเหลืองเท่านั้นเอง แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะเวลาเรากราบพระพุทธรูป ใจของเราน้อมนำไปที่คุณสมบัติของการเป็นพระพุทธเจ้า เมื่อเรามองพระพุทธรูป เราเห็นมากไปกว่าก้อนทองเหลืองหรือก้อนปูน แต่เราเห็นตัวแทนของคุณสมบัติที่ทำให้พระพุทธเจ้าเป็นพระพุทธเจ้า นี่ต่างหากที่พระพุทธองค์ทรงอยากให้เราเห็น ไม่ใช่มาเห็นรูปร่างภายนอกของท่านเอง

เมื่อเป็นเช่นนี้ ใครก็ตามที่เข้าถึงคุณสมบัติเหล่านี้อย่างเต็มที่ ก็ย่อมไม่ต่างจากพระพุทธเจ้าเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้ากับพระอรหันต์จึงไม่ต่างกัน เพราะต่างก็บรรลุถึงคุณสมบัติข้อนี้เหมือนกัน เป็นไปไม่ได้ที่พระพุทธเจ้าที่มีคุณสมบัติอะไรที่พระอรหันต์ไม่มี เพราะคุณสมบัติของการหลุดพ้นเป็นของสาธารณะ ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของพระพุทธเจ้า เมื่อเป็นสาธารณะ ทุกคนก็ย่อมเข้าถึงและเอามาเป็นของตัวได้เหมือนกันหมดทั้งสิ้น

เมื่อเป็นอย่างนี้ แล้วตกลงพระพุทธเจ้ามีกี่พระองค์ เราต้องคอยระวังตัวอย่าให้ภาษามาหลอกลวงเราได้ การที่เราถูกภาษาหลอกเอาแสดงว่าเรายังอยู่ภายใต้อวิชชาอยู่ ที่สำคัญก็คือว่า เราคิดไปว่าภาษาหรือถ้อยคำเป็นอย่างไร ความเป็นจริงต้องเป็นอย่างนั้น ซึ่งจริงๆแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ภาษามักปรากฏตัวออกมาเป็นรูปประโยค ซึ่งต้องประกอบด้วยภาคประธานกับภาคแสดง หากเราไม่ระวังตัว เราก็คิดไปว่า โลกภายนอกนั้นก็แบ่งตัวออกเป็น “ภาคประธาน” กับ “ภาคแสดง” ไปด้วย หรือตามที่อาริสโตเติล (ซึ่งเป็นตัวอย่างอันดีของการคิดตามภาษา) บอกว่า สรรพสิ่งประกอบไปด้วย “องค์ประธาน” หรือ “แก่นสารสาระ” (substance) กับ “คุณสมบัติ” (property) ซึ่งจริงๆแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสิ่งที่เราสมมติปรุงแต่งขึ้นทั้งสิ้น ไม่ได้มีรากฐานอยู่บนความเป็นจริงที่แท้แต่ประการใด ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เรากำหนดขึ้นเป็น “องค์ประธาน” นั้น ก็ต้องตกอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์ คือต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ไม่มีสาระประจำใดๆที่จะทำให้กำหนดได้ว่าเป็นสิ่งนี้จริงๆไม่ใช่สิ่งนั้น ซึ่งเรื่องนี้ขัดแย้งกับการคิดแบบอาริสโตเติลโดยตรง

เรื่องการที่ภาษามาหลอกลวงเรากับเรื่องพระพุทธเจ้ามีกี่พระองค์ มาเกี่ยวกันก็เพราะว่าภาษามักบอกเราว่า พระพุทธเจ้าเป็นศาสดาของศาสนาพุทธ หรือพระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนสรรพสัตว์ ทำให้เกิดภาพว่าผู้สอนก็สิ่งหนึ่ง ผู้ถูกสอนก็อีกสิ่งหนึ่ง แต่ในความเป็นจริงที่แท้นั้นผู้สอนก็ไม่มี ผู้ถูกสอนก็ไม่มี การคิดไปว่ามีผู้สอนกับผู้ถูกสอนก็มาจากการอุปโลกน์ความเป็นจริงโดยภาษาเท่านั้น คือเมื่อมีคำว่า “ผู้สอน” ก็เกิดความคิดว่ามีสิ่งหนึ่งที่เป็นผู้สอน ซึ่งก็ย่อมต่างจากผู้ถูกสอน ผลก็คือการคิดแบบแยกแยะนี้ไปขัดกับความเข้าใจที่ว่าคุณสมบัติของการเป็นพระพุทธเจ้าหรือการบรรลุธรรมมีเหมือนกันทั้งในพระพุทธเจ้าและในพระอรหันตสาวก

แล้วตกลงมีพระพุทธเจ้ากี่พระองค์ คำตอบคือมันขึ้นกับเหตุปัจจัย เหตุปัจจัยเป็นแบบหนึ่ง เช่นต้องการจะเน้นเรื่องศาสนาของพระพุทธศาสนา หรือเจ้าชายสิทธัตถะที่บำเพ็ญเพียรจนบรรลุธรรมแล้วสังสอนสรรพสัตว์ พระพุทธเจ้าก็มีหนึ่งเดียว แต่นั่นไม่ใช่คำตอบที่น่าสนใจ เพราะเรากำลังมุ่งไปที่ตัวบุคคลหรือร่างกายเนื้อหนัง ซึ่งไม่ใช่เป้าหมายของพระพุทธองค์ในการสั่งสอนเราเลย เราควรมุ่งไปที่คุณลักษณะของความเป็นพระพุทธเจ้าหรือสภาวธรรมที่เป็นอยู่เอง สภาวะดังกล่าวนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะมีมากกว่าหนึ่งหรือน้อยกว่าหนึ่ง เพราะทั้งหมดตั้งอยู่บนการไม่แบ่งแยกออกเป็นสอง ซึ่งได้บอกไปแล้วว่ามาจากการถูกภาษาหลอกเอา

หรือมองอีกแง่หนึ่ง จำนวนพระพุทธเจ้าในจักรวาลนี้มีนับไม่ถ้วน มีมากมายมหาศาลสุดจะนับได้ มีอยู่ในทุกอณูของอากาศธาตุ ทั้งนี้ก็เพราะว่าแต่ละอณูของอากาศธาตุนั้นมีความแตกต่างกัน และเป็นจักรวาลในตัวมันเองทั้งหมด ดังนั้นเนื่องจากในแต่ละจักรวาลจะมีพระพุทธเจ้าประจำอยู่อย่างน้อยหนึ่งพระองค์ จำนวนของพระพุทธเจ้าจึงมากมายมหาศาล สุดจะสรุปออกมาเป็นตัวเลขได้

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s