ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป

เมื่อเช้าผมนั่งสมาธิหลังจากที่ไม่ได้นั่งมาหลายวัน ปกติผมจะเริ่มจากนับลมหายใจ หายใจเข้าออกนับหนึ่ง แล้วก็สอง สาม ไปจนถึงยี่สิบ แล้วก็นับถอยหลัง ยี่สิบ … สิบเก้า … สิบแปด จนถึงหนึ่ง แล้วก็นับแบบนี้ใหม่ พยายามให้จิตจดจ่ออยู่กับการนับ พอทำแบบนี้ใหม่ๆจะนับแล้วหลุดบ่อยครั้ง เพราะจิตมัวไปคิดเรื่องอื่น พอหลุดแล้วก็ไม่เป็นไร ก็เริ่มนับหนึ่งใหม่ พอทำแบบนี้ไปได้สักพัก จิตก็จะเริ่มชินกับการนับ แล้วก็จะเริ่มเป็นสมาธิมากขึ้น

พิณ

วันนี้พอนั่งไปได้จนจิตเริ่มนิ่งพอสมควร ก็คิดถึงคำสอนหนึ่งของพระพุทธเจ้าที่สอนพระภิกษุรูปหนึ่งที่เคยเป็นนักดนตรีก่อนจะมาบวช พระภิกษุท่านนี้พอฟังคำสอนของพระพุทธองค์ไป ก็นำไปปฏิบัติ แต่ก็มีปัญหาคือ ปฏิบัติเท่าใดก็ไม่ได้ผลซักที จนเพื่อนๆบรรลุธรรมกันไปหมดแล้ว ท่านก็ยังไม่ไปไหน ท่านก็เลยไปทูลถามพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า ท่านเคยทำอาชีพอะไรก่อนจะมาบวช ท่านก็ตอบว่าเคยเป็นนักดนตรี

พระพุทธเจ้าก็ตรัสถามว่า เคยเล่นพิณหรือไม่ ท่านก็ตอบว่าเคยเล่น พระพุทธเจ้าก็ตรัสถามต่อไปอีกว่า พิณนั้นหากสายตึงไปหรือหย่อนไปจะเป็นอย่างไร ท่านก็ตอบว่า หากสายตึงไป มันก็จะขาด แต่ถ้าหย่อนเกินไปก็จะดีดไม่ดัง มีแต่สายที่ขึงตึงพอดีเท่านั้น ที่จะดีดแล้วดังไพเราะ พระพุทธเจ้าก็ตรัสตอบว่า การปฏิบัติก็เช่นเดียวกัน พระภิกษุรูปนั้นได้ฟังแล้วก็นำไปใคร่ครวญและปฏิบัติ จนไม่ช้าไม่นานท่านก็บรรลุเป็นพระอรหันต์

ควมหมายของคำสอนของพระพุทธเจ้าคืออะไร? การทำความเข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ เป็นเรื่องเฉพาะตนที่จะต้องเอาคำสอนไปขบคิดใคร่ครวญในการปฏิบัติของตนเอง ที่ทำไม่ได้แน่ๆก็คือว่า เอาคำสอนนี้ของพระพุทธเจ้ามาตีความเฉยๆ ราวกับว่าเป็นปริศนาคำทาย ถ้าทำอย่างนี้ รับประกันได้ว่าจะไม่สามารถเข้าถึงความหมยของคำสอนนี้ได้อย่างแน่นอน

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s