Anthropology through Buddhist Lenses

Anthropology through Buddhist Lenses: Interplays among the Self, the Other, and Buddhism   Soraj Hongladarom, Department of Philosophy, Faculty of Arts, Chulalongkorn University   “Formerly, in effect, one believed in ‘the soul’ as one believed in grammar and the grammatical subject: one said, ‘I’ is the condition, ‘think’ is the predicate and is conditioned—to think is an activity … Continue reading Anthropology through Buddhist Lenses

Substance and Emptiness

One of the questions I got from my paper on Spinoza and Buddhism on the Self that I gave at the symposium on "Philosophies in Dialog" the other day was that how could I compare Spinoza's Substance and Nagarjuna's Emptiness. The issue is a very large one and by itself it deserves a whole project … Continue reading Substance and Emptiness

ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป

เมื่อเช้าผมนั่งสมาธิหลังจากที่ไม่ได้นั่งมาหลายวัน ปกติผมจะเริ่มจากนับลมหายใจ หายใจเข้าออกนับหนึ่ง แล้วก็สอง สาม ไปจนถึงยี่สิบ แล้วก็นับถอยหลัง ยี่สิบ … สิบเก้า ... สิบแปด จนถึงหนึ่ง แล้วก็นับแบบนี้ใหม่ พยายามให้จิตจดจ่ออยู่กับการนับ พอทำแบบนี้ใหม่ๆจะนับแล้วหลุดบ่อยครั้ง เพราะจิตมัวไปคิดเรื่องอื่น พอหลุดแล้วก็ไม่เป็นไร ก็เริ่มนับหนึ่งใหม่ พอทำแบบนี้ไปได้สักพัก จิตก็จะเริ่มชินกับการนับ แล้วก็จะเริ่มเป็นสมาธิมากขึ้น วันนี้พอนั่งไปได้จนจิตเริ่มนิ่งพอสมควร ก็คิดถึงคำสอนหนึ่งของพระพุทธเจ้าที่สอนพระภิกษุรูปหนึ่งที่เคยเป็นนักดนตรีก่อนจะมาบวช พระภิกษุท่านนี้พอฟังคำสอนของพระพุทธองค์ไป ก็นำไปปฏิบัติ แต่ก็มีปัญหาคือ ปฏิบัติเท่าใดก็ไม่ได้ผลซักที จนเพื่อนๆบรรลุธรรมกันไปหมดแล้ว ท่านก็ยังไม่ไปไหน ท่านก็เลยไปทูลถามพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า ท่านเคยทำอาชีพอะไรก่อนจะมาบวช ท่านก็ตอบว่าเคยเป็นนักดนตรี พระพุทธเจ้าก็ตรัสถามว่า เคยเล่นพิณหรือไม่ ท่านก็ตอบว่าเคยเล่น พระพุทธเจ้าก็ตรัสถามต่อไปอีกว่า พิณนั้นหากสายตึงไปหรือหย่อนไปจะเป็นอย่างไร ท่านก็ตอบว่า หากสายตึงไป มันก็จะขาด แต่ถ้าหย่อนเกินไปก็จะดีดไม่ดัง มีแต่สายที่ขึงตึงพอดีเท่านั้น ที่จะดีดแล้วดังไพเราะ พระพุทธเจ้าก็ตรัสตอบว่า การปฏิบัติก็เช่นเดียวกัน พระภิกษุรูปนั้นได้ฟังแล้วก็นำไปใคร่ครวญและปฏิบัติ จนไม่ช้าไม่นานท่านก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ ควมหมายของคำสอนของพระพุทธเจ้าคืออะไร? การทำความเข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ เป็นเรื่องเฉพาะตนที่จะต้องเอาคำสอนไปขบคิดใคร่ครวญในการปฏิบัติของตนเอง ที่ทำไม่ได้แน่ๆก็คือว่า เอาคำสอนนี้ของพระพุทธเจ้ามาตีความเฉยๆ ราวกับว่าเป็นปริศนาคำทาย … Continue reading ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป

พระพุทธศาสนากับโลกาภิวัตน์

เมื่อวันศุกร์ที่แล้วผมได้รับเชิญจากช่อง ThaiPBS ให้ไปออกรายการเรื่อง "เถียงให้รู้เรื่อง" ที่ได้ออกอากาศไปเมื่อสักครู่ในวันอาทิตย์นี้เวลาเที่ยงๆ บังเอิญผมไม่ได้ดูอีกตามเคย แต่คราวนี้ตั้งใจจะไม่ดู เพราะไม่ชอบเห็นตัวเองในทีวี แล้วอีกอย่างเรื่องที่ออกก็พูดกันไปแล้ว จำได้หมดแล้ว ก็ไม่รู้จะดูไปทำไม หัวข้อในการพูดก็ได้แก่ "พระพุทธศาสนากับโลกาภิวัตน์" โจทย์หลักของการสนทนากันก็คือ พระพุทธศาสนาจะปรับตัวให้ข้ากับโลกสมัยใหม่ได้อย่างไร จะเห็นได้ว่าโลกปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก มีเครื่องบินเจ๊ตส่วนตัว มีสมาร์ทโฟน มีเฟสบุ๊ค มีอะไรหลายอย่างที่ในสมัยพุทธกาลไม่มี ก็เลยเป็นเหตุให้มาถกกันว่า เมื่อโลกเปลี่ยนไปรวดเร็วเช่นนี้ พระพุทธศาสนาควรจะปรับตัวอย่างไร แต่เวลาออกรายการจริงๆ โจทย์ที่ตั้งไว้ก็ไม่ได้พูดถึงกันจริงๆจัง แต่ไปพูดถึงเพียงแค่ประเด็นหนึ่งในนั้นแทน คือบทบาทและความประพฤติของพระภิกษุ จริงๆแล้วพระภิกษุเป็นเพียงส่วนหนึ่งของพระพุทธศาสนา ไม่ใช่ทั้งหมด แต่บังเอิญว่าในระยะนี้มีข่าวเกี่ยวกับพระภิกษุเกิดขึ้นหลายข่าวติดกัน ก็เลยพูดกันเรื่องนี้เป็นธรรมดา เริ่มตั้งแต่เณรคำ แล้วก็อดีตพระมิตซูโอะ แล้วก็หลวงปู่พุทธอิสระที่มีกรณีโต้เถียงกับหลวงพ่อเกษม แล้วก็กรณีพระภิกษุกลุ่มหนึ่งไปเที่ยวสหรัฐฯแล้วถ่ายรูปมา ทำให้บางฝ่ายเดือดร้อน เป็นต้น ผมไม่ค่อยอยากจะพูดเรื่องความประพฤติของพระสงฆ์มากนัก เพราะคนพูดกันมากแล้ว ปัญหาหลักก็คือว่ามักมีการมองว่าเรื่องพระเป็นเรื่องของพระเท่านั้นที่จะพูดกันหรือจัดการกัน คนที่ได้รับเชิญมาออกรายการ "เถียงให้รู้เรื่อง" ในวันศุกร์ที่ผ่านมาก็มีแต่ผมคนเดียวที่ไม่เคยบวชเรียน หรือผ่านการศึกษาแบบพระๆมา ทำให้การพูดกันเรื่องพระเป็นเรื่องของคนในวงการเป็นหลัก คือคุยกันว่าทำอย่างไรจึงจะให้สถาบันสงฆ์เป็นที่ยอมรับนับถือของประชาชนอยู่ต่อไป และทำอย่างไรให้สถาบันนี้ยังคงได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชูอยู่ต่อไป การพูดกันก็เลยใช้เวลาพอสมควรไปกับประเด็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับการเมือง รวมทั้งรูปแบบของการสนับสนุนสถาบันสงฆ์โดยรัฐ เรื่องพวกนี้พูดกันมามากแล้ว ท่านที่สนใจรายละเอียดก็สามารถหาอ่านเอาจากที่อื่นๆในอินเทอร์เน็ตได้ไม่ยาก นัยยะของการคุยเรื่องศาสนากับรัฐก็คือว่า มีความเชื่อว่าหากรัฐสนับสนุนหรือ "เอาจริง" กับพระแล้ว … Continue reading พระพุทธศาสนากับโลกาภิวัตน์

Om Mani Peme Hum

Here is the full length rendition of the Mantra of Compassion - Om Mani Peme Hum. The literal version is "Om Mani Padme Hum" but it is usually chanted the other way. The energy of the mantra will be channeled to you, linking you up directly with Avalokiteshvara, the Bodhisattva of Compassion, directly: