วิสาขโพธิจิตภาวนา

วิสาขโพธิจิตภาวนา (VISAKHAPUJA BODHICITTA MEDITATION) วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน กิจกรรมเริ่มเวลา 11.00 น. ถึง เวลา 13.00 น. ของวันอังคารที่ 5 มิถุนายน 2555 ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน มูลนิธิพันดาราขอเชิญกัลยาณมิตรร่วม กิจกรรม “วิสาขโพธิจิตภาวนา” (Visakhapuja Bodhicitta Meditation) ในปีพุทธชยันตี ณ ศูนย์ขทิรวัน หัวหิน เพื่อน้อมราลึกถึงการตรัสรู้และเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กิขกนนใประกอบด้วยการกราบอัษฎางคประดิษฐ์ร่วมกันในโครงการ “26 วัน ศิโรราบ ปราบอัตตา” สวดบทเจริญโพธิจิตอันเป็นบทหัวใจของการตรัสรู้ธรรมเดินเวียนเทียน ถวายดวงประทีป 1000 ดวง ณ บริเวณก่อสร้างพระศานติตารามหาสถูป ทาสมาธิและเจริญหลักธรรมเรื่องความเป็นอนิจจังและความตาย พร้อมทั้งสวดมนตราอุทิศบุญกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ การแต่งกาย : เสื้อขาวหรือสีสุภาพ กางเกงใส่สบายขายาว หรือขาสามส่วน สีสุภาพ ที่พัก : ศาลาปฏิบัติธรรม ห้องพัก เตนท์เดี่ยว […]

Journey of Life and Mind

Public Talks on “Journey of Life and Mind”   The foundation invites the general public to attend  a conference/seminar on “Journey of Life and Mind” at Room 105 Mahachulalongkorn Building, Chulalongkorn University, Bangkok. There will be two public talks by Latri Khenpo Geshe Nyima Dakpa Rinpoche on “Samsara…Journey of Life and Mind” and “Life’s Last Journey”. […]

Fearlessness

Going Beyond Fear In This Dark Age A Dharma Talk with Bruno Nua “The Buddha taught that the mark of an enlightened being is fearlessness. Someone who has gone beyond fear is free from all the obscurations and obstacles that prevent us from manifesting as buddhas and ultimately benefitting others. Fearlessness is that which literally […]

More of Nyima Dakpa Rinpoche on Happiness

Here is the remaining portion of Nyima Dakpa Rinpoche’s talk on “Path to Happiness” at Chulalongkorn University that I talked about in the previous post. May all beings be happy and meet with causes of happiness! ** Ordinary relaxation depends on external situation, but real happiness comes from inner realization. This is what the Buddhas […]

วิถีแห่งความสุข

การประชุมและเสวนาเรื่อง “วิถีแห่งความสุข” ห้องประชุมจุมภฏ–พันธุ์ทิพย์ อาคารประชาธิปก–รำไพพรรณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม 2553 เวลา 8.30-17.30 น. จัดโดยมูลนิธิพันดาราและศูนย์จริยธรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไล่ล่า “ความสุข” ก็เหมือนเด็กวิ่งไล่จับรุ้งกินน้ำ ดิลโก เคียนเซ ริมโปเช หลักการและเหตุผล ความสุขเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา แต่หลายคนกลับไม่รู้ว่าความสุขที่แท้จริงคืออะไร สังคมสมัย ใหม่ที่เต็มไปด้วยบริโภคนิยม มักให้ความหมายว่า ความสุขคือสิ่งที่ซื้อได้ด้วยเงิน และเป็นสิ่งเดียวกันกับความพึงพอใจทางเนื้อหนัง หรือการได้บํารุงบําเรอประสาทสัมผัสต่างๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือยิ่งเราใช้ จ่ายบริโภคไปเท่าใด ก็ดูเหมือนว่าเรายิ่งห่างไกลจากความสุขไปเท่านั้น เพราะกลับเกิดความไม่พอใจ หรือไม่รู้จักพอเพียงอยู่ตลอดเวลา ความสุขจึงเป็นสิ่งที่ผู้คนไขว่คว้า แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับ เปรียบเสมือนเด็กวิ่งไล่จับ รุ้งกินน้ำ ความสุขเกิดขึ้นแล้วหมดไปอย่างรวดเร็ว เพราะความสุขที่ผู้คนส่วนใหญ่คิดคํานึงเป็นเพียง ความสุขที่เกิดจากเหตุปัจจัยจากภายนอกไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เกียรติยศ เงินทอง สมบัติ หรือความ ปรารถนาที่จะครอบครองสิ่งใด ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจึงยังเต็มไปด้วยความทุกข์ และเกิดปัญหาความขัด แย้งต่างๆมากมายในสังคม กล่าวโดยรวมก็คือ ความสุขเป็นยอดปรารถนาของทุกคน แต่ในท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วย การแข่งขันและการบริโภคเช่นที่เป็นอยู่นี้ […]

ปรับแต่งเสียงของสมาธิ

ทีนี้อาจเกิดขึ้นได้ว่าเราปฏิบัติสมาธิมากเกินไป เราพยายามมากไปหรือเพ่งนานมากไป จิตอาจจะขุ่นมัวด้วยแรงปฏิกิริยาอันเกิดจากความตึงเครียด และเราอาจพบว่าเราเองตกลงไปสู่ความง่วงงุน ความหลง หรือความเซื่องซึม หากเราพบความขุ่นมัวเช่นนี้ เราก็ควรจะพยายามพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า “ปัญญาญาณอันแยกแยะ” เราถอยกลับไปที่จุดตั้งต้นแล้วก็เริ่มใหม่ ตรวจสอบจิต จิตอยู่ข้างในหรือข้างนอก? หากอยู่ข้างในจิตนั้นคืออะไร? จิตมีขนาด รูปร่าง สี ตำแหน่งหรือไม่? ขอให้เราเตือนตัวเองเกี่ยวกับธรรมชาติอันแท้จริงของจิต การทำเช่นนี้จะขับไล่ความขุ่นมัวไปได้ อีกทางหนึ่ง หากเราใช้การวิเคราะห์หรือการแยกแยะมากเกินไป จนทำให้จิตผูกติดอยู่กับญาณทัศนะอันส่องแสงเจิดจ้า จิตก็จะมีปฏิกิริยาด้วยการกระจัดกระจายฟุ้งซ่าน จิตจะไม่อยู่ในสมาธิแต่จะกระสับกระส่ายไปมา ในขั้นตอนแรกๆของการปฏิบัติการฟุ้งซ่านนี้จะหยาบมาก แต่ในขณะนี้จิตเพียงแค่ไม่ยอมอยู่นิ่งและไม่ยอมอยู่ในสถานะของสมาธิ เนื่องจากว่าเราใช้การวิเคราะห์ด้วยเหตุผลมากจนเกินไป วิธีที่จะหลีกเลี่ยงความผิดพลาดทั้งสองประการนี้ก็คือทำทุกอย่างให้ง่ายๆสบายๆ เข้าสู่สมาธิและดำรงอยู่อย่างนั้นด้วยความชำนาญและความเรียบง่าย ให้เรารักษาสมดุลเอาไว้ อย่ากดให้มากเกินไป ตัวอย่างเช่นหากเรากำลังใส่ก้อนหินเข้าไปในลัง เราไม่สามารถทำได้ดีหากโยนก้อนหินเข้าไปจากระยะไกล เมื่อเราฟั่นด้ายให้เป็นเชือก หากเราฟั่นไม่ดีไม่ทำให้เหนียวแน่น เชือกก็จะหลุดกระจายออกมา ฉันใดก็ฉันนั้นการปฏิบัติสมาธิของเราก็ควรทำไปด้วยความสม่ำเสมอที่พอดี มีพระสูตรที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับพระสาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารูปหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นนักดนตรีมาก่อนที่จะมาบวช พระภิกษุรูปนี้มีปัญหากับการทำสมาธิ บางครั้งก็ไปได้ดี แต่บางครั้งก็พบว่าตนเองเฉื่อยชากับง่วงงุน แต่บางครั้งจิตของท่านก็ซัดส่ายฟุ้งซ่านไปมา เมื่อท่านพยายามแก้ปัญหาด้วยการท่องมนตรา จิตของท่านก็แล่นเตลิดเปิดเปิงบังคับไม่ได้ ท่านจึงไปหาพระพุทธเจ้าแล้วทูลถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า “เมื่อท่านยังเป็นนักดนตรีขณะเมื่อยังเป็นฆราวาสอยู่นั้น ท่านขึงสายเครื่องดนตรีตึงเกินไปหรือไม่?” พระภิกษุรูปนี้ก็ตอบว่า “ไม่ พระเจ้าข้า หากข้าพระองค์ทำเช่นนั้นก็จะไม่สามารถเล่นได้” พระพุทธเจ้าก็ตรัสถามอีกว่า “แล้วท่านทำอย่างไร?” […]